Blog

Academic IELTS กับ General IELTS แตกต่างกันยังไง เลือกสอบแบบไหนดี

การสอบ IELTS (ระบบทดสอบภาษาอังกฤษนานาชาติ) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2018 มีผู้สมัครสอบ IELTS มากถึง 3.5 ล้านคน การสอบ IELTS มีสองแบบ: Academic IELTS และ General IELTS แต่ละแบบได้รับการออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน   วัตถุประสงค์ของการสอบ General IELTSคนส่วนใหญ่ทำการสอบ General IELTS เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเข้าเมืองและการจ้างงาน หากคุณต้องการย้ายไป สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ คุณจำเป็นต้องทำการทดสอบ General IELTSการทดสอบนี้ได้กลายเป็นข้อกำหนดสำหรับกระบวนการเข้าเมืองส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม General IELTS ไม่เพียง แต่ใช้สำหรับการเข้าเมืองเท่านั้น นอกจากนี้ยังใช้สำหรับโปรแกรมการฝึกอบรมระหว่างประเทศและในหลาย ๆ กรณีเพื่อประเมินระดับภาษาอังกฤษของพนักงานหรือการสมัครงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ในการสอบ Academic IELTSหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังวางแผนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ  มหาวิทยาลัยและสถานศึกษาหลายแห่งที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการเรียนการสอนจำเป็นต้องได้รับคะแนน Academic IELTS ตามที่กำหนดไว้จากผู้สมัครAcademic IELTS ใช้เนื้อหาทางวิชาการในส่วนการอ่านและการเขียน ความแตกต่างในรูปแบบการสอบการสอบ IELTS ไม่ว่าจะแบบ Academic IELTS หรือ General IELTS เป็นการทดสอบ 4 ทักษะ  ในส่วนของทักษะการพูดและการฟังจะเหมือนกันในทั้งสองแบบในส่วนทักษะการอ่านมีคำถาม 40 ข้อ และทักษะการเขียนมี 2 ส่วน โดยลักษณะของงานเขียนและบริบทของการอ่านจะมุ่งเน้นไปที่วารสารวิชาการและวิชาชีพมากกว่าชีวิตประจำวันความแตกต่างในการให้คะแนนความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดอาจเป็นวิธีการสอบ IELTS ทั้งสองแบบนี้ คือการให้คะแนน แม้ว่าการฟัง การพูด และการเขียน จะได้คะแนนเท่ากันทั้ง Academic IELTS หรือ General IELTS แต่ในส่วนของการอ่านของ Academic IELTS นั้นจะได้คะแนนมากกว่า หมายความว่า จำนวนคำตอบที่ถูกต้องที่เท่ากัน แต่จะได้รับคะแนนที่สูงขึ้นในการสอบ Academic IELTS เนื่องจากลักษณะของข้อสอบที่ยากกว่า    เราจะเห็นได้ว่าการสอบ IELTS ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้สมัครว่าต้องการนำคะแนน IELTS ไปใช้เพื่อการเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในต่างประเทศหรือต้องการไปทำงานหรือย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ทั้งนี้ผู้สมัครจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบทั้ง 2 แบบนี้ เพื่อจะทำให้ได้คะแนนตามที่ต้องการ เนื่องจากการสอบ IELTS คือกุญแจที่จะช่วยคุณไขประตูสู่โลกกว้าง  ปรึกษาฟรี ...

IELTS คืออะไร

IELTS ย่อมาจาก (International English Language Testing System) เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษระดับสากล ได้รับการออกแบบมาเพื่อประเมินความสามารถทางภาษาของผู้สมัครที่ต้องการทำงานหรือเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการสื่อสาร เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น การสอบ IELTS นับว่าเป็นกุญแจที่จะช่วยให้คุณสามารถเปิดประตูสู่โลกกว้างได้  อีกทั้งยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ อีกด้วย IELTS ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินภาษาอังกฤษ ที่ได้รับความไว้วางใจจากทั่วโลก ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าผลการทดสอบที่ออกมานั้นมีความยุติธรรมและเชื่อถือได้ การสอบ IELTS มีกี่ประเภท การสอบ IELTS มี 2 ประเภท คุณสามารถเลือกระหว่างการสอบ IELTS Academic เพื่อเรียนต่อที่ใดก็ได้ในโลกในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทและเอก หรือทำงานในองค์กรในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก การสอบ IELTS General Training เพื่อสอบเข้าเรียนในระดับต่ำกว่าปริญญา โยกย้ายถิ่นฐาน หรือทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักการสอบวัดระดับด้านใดบ้างการสอบการฟัง (Listening) 30 นาที ผู้สอบต้องฟังเนื้อเรื่องจากเครื่องเล่น CD ซึ่งเนื้อหาจะประกอบไปด้วยการสนทนา และบทพูด รวมทั้งการออกเสียงผู้สอบจะได้ฟังเทปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่จะมีเวลาให้ในการอ่านคำถาม และเขียนคำตอบ และในช่วงท้ายจะมีเวลาให้คัดลอกและตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบใน Answer Sheet อีก 10 นาที การสอบการอ่าน (Reading) 60 นาที มีเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความ พร้อมด้วยคำถามที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ได้มาจากหนังสือ นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ ในทุกๆ เรื่องเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง รวมทั้ง 3 บทความ จะมีคำถามทั้งหมดจำนวน 40 ข้อ และให้เวลาทั้งหมด 60 นาที ดังนั้นเวลาในการทำจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณข้อละ 5 นาที การสอบการเขียน (Writing) 60 นาที จะแบ่งออกเป็น 2 เรื่อง ให้เวลา 60 นาที เรื่องแรก คือการเขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูปแบบกราฟ ตาราง แผนผัง เราจะต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่เด่นๆ โดยที่ต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำเป็นอย่างต่ำ เรื่องที่สอง คือ การเขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความคิดเห็น การหาทางออก ของปัญหาหรือวิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ การสอบการพูด (Speaking) 11-14 นาที แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้ และจะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 3-4 นาที และส่วนสุดท้ายจะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่ได้จากส่วนที่สองปรึกษา ฟรี ...

4 เหตุผล ที่ทำไมคุณ ควรเลือกหลักสูตรที่ออกแบบเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะ

4 เหตุผล ที่ทำไมคุณ ควรเลือกหลักสูตรที่ออกแบบเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะจ่าย 100 ได้ใช้ 100 + กำไรคุณแน่ใจได้เลยว่า เงินทุกบาทที่ลงทุนจะตอบแทนด้วยมูลค่าเต็มจำนวนที่ลงทุนบวกกำไร ที่ทีมงานของคุณนำไปใช้ได้จริง เพราะทุกสิ่งที่เรียนเราออกแบบให้ทีมงานคุณเอาไปใช้ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลากับสิ่งที่ไม่ใช่และไม่ได้ใช้จริงทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณ จะถูกออกแบบเป็นหลักสูตรเพื่อธุรกิจคุณโดยเฉพาะหลักสูตรที่แพงทีสุดในโลก อาจไม่ใช่หลักสูตรที่ดีที่สุดของคุณ ถ้ามันไม่ได้ถูกออกแบบจากพื้นฐานปัญหาหรือความต้องการของธุรกิจคุณ ที่สำคัญเรามีทีมงานที่มีประสบการณ์ ที่จะร่วมทำงานองค์กรของคุณเพื่อออกแบบการฝึกอบรมและคู่มือ เพื่อผลลัพธ์ที่คุณต้องการคุณจะเห็นผลลัพธ์ทันที จากทีมงานของคุณนี่ไม่ใช่เรื่องของมายากล แต่เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ที่ไม่ใช่แค่ได้เรียน แต่ได้ฝึกทำจริง ผ่านสถานการณ์จำลอง จนทำได้ เราจึงกล้าพูดว่า ทันทีหลังจากเรียนจบได้ผลตอบแทนการลงทุน ที่เก็บกินได้ไปตลอดเพราะมุ่งเน้นออกแบบหลักสูตรและส่งมอบผลลัพธ์ที่เป็นของธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทีมงานของคุณ ก็สามารถใช้หลักสูตรนี้ อบรมได้ทันทีและเราช่วยปรับปรุงให้ทันกับความต้องการใหม่ๆ ของคุณอยู่เสมอ เสมือนกับว่าคุณได้ปลูกไม้ผลในที่ดินของคุณเอง ที่คุณเก็บกิน ผลได้อย่างต่อเนื่อง

การฝึกอบรมภาษาองค์กรคืออะไร และจำเป็นอย่างไร

การฝึกอบรมภาษาขององค์กรเป็นเพียงแค่การฝึกอบรมภาษาที่ให้บริการ B2B แก่บริษัทหรือ องค์กรอื่น ๆ อาจจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษายุโรป หรืออื่น ๆ หากคุณกำลังประสบปัญหาการมีช่องว่างของภาษา เนื่องจากทักษะด้านภาษาไม่ดี การฝึกอบรมภาษาองค์กรจะช่วยให้คุณสามารถปิดช่องว่างนั้นได้ มีข้อดีหลายประการของการจัดโปรแกรมการฝึกอบรมภาษาขององค์กรที่ค่อนข้างดีมากกว่าเพียงแค่การส่งพนักงานของคุณไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาทั่วไป การฝึกอบรมภาษาของบุคลากรจะช่วยส่งเสริมธุรกิจของคุณได้อย่างไรโปรแกรมการฝึกอบรมขององค์กรออกแบบมาให้ตรงความต้องการของคนทำงาน แต่ละหลักสูตรจะเน้นสอนในทักษะที่แตกต่างกัน เช่น ทักษะการนำเสนอ ทักษะการประชุม การเขียนอีเมล์ หรือการเจรจาต่อรอง นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรอุตสาหกรรมหรืองานที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษาอังกฤษสำหรับการบัญชี ภาษาอังกฤษสำหรับไอที และภาษาอังกฤษสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นต้น คุณสามารถปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการจัดหลักสูตรต่างๆ ให้ตรงกับความต้องการของคุณ และสามารถกำหนดระยะเวลาของแผนการอบรมได้ตามงบประมาณของคุณ นอกจากนี้สามารถจัดการอบรมตามระดับพื้นฐานภาษาของพนักงานของคุณอย่างเหมาะสม ที่สำคัญที่สุดคือคุณสามารถฝึกอบรมภาษาได้ที่สำนักงานของคุณเอง ซึ่งอำนวยสะดวกแก่คุณมากกว่า และการสอนยังคงมีประสิทธิภาพส่งพนักงานของฉันไปโรงเรียนสอนภาษาทั่วไปได้หรือไม่?หลักสูตรภาษาพิเศษที่กล่าวถึงข้างต้นมักจะไม่ได้รับการเสนอให้เป็นหลักสูตรสาธารณะที่โรงเรียนสอนภาษาทั่วไป ซึ่งปกติพนักงานของคุณอาจจะได้เข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษทั่วไป แทนที่จะเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำงานมากกว่า นอกจากนี้คุณยังจะพลาดกับสิทธิ์อีกหลายอย่างที่ไม่มีความยืดหยุ่น คุณจะไม่สามารถเลือกตารางเวลาเรียน ระยะเวลาของหลักสูตร หรือจำนวนคนในชั้นเรียนได้ และหากพนักงานของคุณไม่ว่างคุณจะไม่สามารถเลื่อนคลาสเรียนได้ อีกทั้งโรงเรียนสอนภาษาส่วนใหญ่ไม่ได้จัดทำรายงานผลเมื่อสิ้นสุดหลักสูตร ในทางตรงกันข้ามแผนกฝึกอบรมของ Pro Language จะทำรายงานประเมินแก่ผู้ฝึกอบรมแต่ละคน รวมถึงรายงานสรุปผลการเรียนแต่ละชั้นเรียน ซึ่งรายงานเหล่านี้จะแสดงผลการเข้าร่วมการทดสอบก่อนและหลังการเรียน เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการศึกษาต่อไปดังนั้นหากคุณมีช่องว่างของความสามารถทางภาษาในองค์กรของคุณและคุณกำลังต้องการฝึกอบรมภาษาที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณอยู่ ซึ่งสามารถควบคุมและให้ได้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจน คุณควรพิจารณาเลือกการฝึกอบรมภาษาขององค์กร

21 ประโยคง่ายๆในการทำความรู้จักเพื่อนต่างชาติ!!

ใครอยากมีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติบ้าง  หลายคนอยากมีเพื่อนใหม่เป็นชาวต่างชาติ เพื่ออยากจะฝึกภาษา แลกเปลี่ยนความคิดและวัฒนธรรม แต่มีปัญหาบางอย่างเช่น ไม่รู้จะเริ่มคุยยังไง กลัวพูดผิด อาย หรือสาเหตุอื่นๆ จึงทำให้ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้

เทคนิคการเลือกคอร์สอบรมภาษา ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กร

หากคุณเป็นผู้จัดการการฝ่ายฝึกอบรมของบริษัทที่มีหลักสูตรอบรมภาษาอังกฤษให้กับพนักงาน คุณอาจพบว่าผู้เข้าอบรมไม่ได้แสดงผลลัพธ์อย่างรวดเร็วทันใจ หรือมีการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสารในที่ทำงานมากนัก อาจมีสาเหตุมาจากหลายประการสำหรับเรื่องนี้

8 ประโยคง่ายๆในการทำความรู้จักเพื่อน!!

หลายคนประสบกับปัญหานี้ คือเวลาที่เราเจอชาวต่างชาติเราไม่รู้จะเริ่มคุยกับพวกเขายังไง มันอาจจะเกิดมากจากที่เรากลัวผิด ไม่กล้าที่จะพูดออกไป อาย หรือสาเหตุอื่นๆ วันนี้ผมจะมาสร้างความมั่นใจให้พวกคุณด้วย 8 ประโยคง่ายๆเหล่านี้ ไปดูกันเลยครับ

ฤดูหนาวกำลังเข้ามา มาดูภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับหน้าหนาวกันว่าจะใช้พูดยังไง??(Vocabulary)

ฤดูหนาวกำลังมา!! “Winter is coming” หลายคนอาจจะคุ้นชินกับประโยคนี้จากซีรีย์ดังเรื่อง A Game of Thrones ซึ่งช่วงนี้ประเทศไทยของเรากำลังเข้าสู่ฤดูหนาว ที่มีลมหนาวพัดมาเบาๆให้เรารู้สึกเย็นๆกันแล้ว วันนี้ Pro Language School ของเราจึงได้ตามกระแสลมหนาวมีคำต่างๆที่เกี่ยวกับฤดูหนาวมาฝากกัน ไปดูกันซิว่ามันจะ cool ขนาดไหน

เข้าใจแล้ว!!! ภาษาอังกฤษสามารถพูดได้อย่างไรให้คูล ไม่อายฝรั่ง (Vocabulary)

เมื่อมีคนถามคุณว่า “Do you understand?” แน่นอนว่าเป็นการเช็คความเข้าใจของคุณเพื่อให้เข้าใจตรงกันในข้อมูลที่คุยกัน วันนี้ Pro Language ของเรามีคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่แปลว่า “ฉันเข้าใจแล้ว” มาฝากเพื่อนๆ กัน มาลองดูสิว่าจพมีคำว่าอะไรบ้างไปดูพร้อมกันเลยครับ

ภาษาที่คนไทยควรศึกษา 2018

ทิศทางของโลกเปลี่ยนแปลงบ่อย...นอกจากการเรียนภาษาต่างประเทศเป็นภาษาที่สองอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้ความสามารถในการสื่อสาร “ภาษาอังกฤษ” ที่ปัจจุบันไม่ใช่ความสามารถพิเศษอีกต่อไป ยุคนี้จึงกลายมาเป็นยุคของ “ภาษาที่สาม” สิ่งที่คนรุ่นใหม่ทุกคนควรจะมี